เทียบข้อดี-ข้อเสีย: ชักโครกธรรมดา กับ ชักโครกอัตโนมัติ
1. ด้านการใช้งาน
ชักโครกธรรมดา:
- ต้องเปิด-ปิดฝาครอบเองด้วยมือ
- กดชำระเองด้วยมือ
- ไม่มีระบบล้างเฉพาะจุด และระบบเป่าลมแห้ง
ชักโครกอัตโนมัติ:
- มีเซนเซอร์ที่สามารถเปิด-ปิดฝาครอบได้เองโดยอัตโนมัติ
- มีระบบชำระล้างอัตโนมัติ เมื่อลุกขึ้นยืน หรือกดชำระโดยเซนเซอร์เท้า
- มีระบบล้างเฉพาะจุด และระบบเป่าลมแห้ง
- มีรีโมทคอนโทรลสำหรับควบคุมการใช้งานแต่ละฟังก์ชั่น
2. ด้านสุขอนามัย
ชักโครกธรรมดา:
- เสี่ยงต่อเชื้อโรคมากกว่า เนื่องจากต้องมีการสัมผัสหลายจุด
- อาจจะมีกลิ่นได้ ถ้าดูแลรักษาความสะอาดได้ไม่ดี
ชักโครกอัตโนมัติ:
- มีความเสี่ยงต่อเชื้อโรคน้อยกว่า เพราะลดการสัมผัสตัวชักโครกโดยตรง
- มีระบบล้างทำความสะอาดตัวเอง
- มีระบบกำจัดกลิ่นอัตโนมัติ ด้วยไอออนลบ
3. ด้านการติดตั้ง และการดูแลรักษา
ชักโครกธรรมดา:
- ติดตั้งง่าย ช่างทั่วไปสามารถติดตั้งได้
- อายุการใช้งานยาวนาน
- อะไหล่หาง่าย สามารถหาเปลี่ยนได้ทั่วไป
ชักโครกอัตโนมัติ:
- การติดตั้ง ต้องอาศัยความชำนาญมากกว่า
- ต้องดูแลรักษาตามคู่มือ
- อะไหล่หายากกว่า บางอย่างต้องใช้เฉพาะรุ่น
4. ด้านราคา
ชักโครกธรรมดา:
- ราคาถูกกว่า เริ่มต้นหลักพันต้นๆ
ชักโครกอัตโนมัติ:
- ราคาสูงกว่า ตามฟังก์ชั่นการใช้งาน
สรุป
ชักโครกธรรมดา
ข้อดี:
- ราคาถูก ติดตั้งง่าย เริ่มต้นไม่กี่พันบาท
- ซ่อมง่าย ช่างทั่วไปสามารถดูแลหรือเปลี่ยนอะไหล่ได้ทันที
ข้อเสีย:
- ต้องสัมผัสทุกขั้นตอน ทั้งเปิดฝา กดชักโครก ทำให้เสี่ยงเชื้อโรคมากกว่า
- ฟังก์ชันจำกัด ไม่มีระบบล้างอัตโนมัติ หรือลมเป่าแห้ง
- ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุหรือคนมีปัญหาการเคลื่อนไหว
ชักโครกอัตโนมัติ
ข้อดี:
สะอาดไร้สัมผัส เปิดฝา/กดล้างด้วยระบบเรดาร์หรือเท้าเหยียบ
ดูหรูทันสมัย เพิ่มมูลค่าให้บ้าน
ช่วยลดการใช้กระดาษชำระ ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
มีระบบลมเป่าแห้ง–ที่นั่งอุ่น–ควบคุมด้วยรีโมท สะดวกขั้นสุด
ล้างก้นอัตโนมัติ ทั้งแบบปกติและเฉพาะจุดสำหรับผู้หญิง
ข้อเสีย:
ราคาสูงกว่า เริ่มต้นหลักหมื่นขึ้นไป (ขึ้นกับฟีเจอร์)
ต้องดูแลตามคู่มือ เพราะมีระบบควบคุมมากกว่าปกติ